พัฒนาคุณภาพ
 
กิจกรรมพัฒนาคุณภาพงานห้องผ่าตัด โรงพยาบาลแพร่  ปี 2555
มีดังนี้
 


ผลงานพัฒนาคุณภาพบริการ  
  “ D-PAE OR ”  บ่งบอกสมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัด
                ตัวอย่าง D-PAE OR

 


โดย   
        นางพรธิดา  ชื่นบาน  และทีมพัฒนาคุณภาพห้องผ่าตัด

หน่วยงาน  ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลแพร่

          บันทึกทางการพยาบาล  เป็นเอกสารสำคัญอย่างหนึ่งในการปฏิบัติวิชาชีพการพยาบาล  เพราะใช้เป็นสื่อกลางในการส่งต่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ผู้ป่วย  การปฏิบัติการพยาบาล และผลลัพธ์ทางการพยาบาลของผู้ป่วยในแต่ละระยะการผ่าตัด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย และต่อเนื่อง เป็นแหล่งข้อมูล สำหรับศึกษาค้นคว้า เป็นหลักฐานทางกฎหมาย เป็นหลักฐานในการคิดค่าบริการ เป็นหลักฐานสำหรับหน่วยงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล และที่สำคัญใช้ตรวจสอบคุณภาพการพยาบาล เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาคุณภาพการพยาบาล ให้ได้มาตรฐาน แบบบันทึกทางการพยาบาลที่ดีควรบันทึกได้ง่าย สอดคล้องกับนโยบาย ปรัชญาของการพยาบาลแต่ละแห่งและสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิบัติพยาบาล ตาม มาตรฐานวิชาชีพ การป้องกันปัจจัยเสี่ยง และมีข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วนตรงกับความเป็นจริงอย่างสม่ำเสมอ (พินิจ ปรีชานนท์, 2545) การบันทึกทางการพยาบาล ผ่าตัด ของโรงพยาบาลแพร่ เดิมผู้บันทึกประเมินปัญหาผู้ป่วย ให้การวินิจฉัยการพยาบาล วางแผนการพยาบาล ให้การพยาบาลและประเมินผลการพยาบาล จากการสุ่มตรวจสอบเวชระเบียน พบว่าการบันทึกไม่ครอบคลุมกระบวนการพยาบาล ปัญหาผู้ป่วยไม่ชัดเจน ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของผู้ป่วย ไม่มีการประเมินผลการพยาบาล ทำให้การสื่อสารในทีมการดูแล ผู้ป่วยผ่าตัดไม่ต่อเนื่อง ไม่มีคุณภาพ ทบทวนแล้วไม่เกิดประโยชน์
         การบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัด โดยใช้ D-PAE (อ่านว่า ดี แป้) ประกอบด้วย การรวบรวมข้อมูล (Data) การตั้งประเด็นปัญหา (Problem)
การพยาบาล (Action) และการประเมินผล (Evaluation) เป็นการประยุกต์ใช้การบันทึกตามรูปแบบ Focus Charting Record ซึ่งประกอบด้วย ประเด็น,ปัญหา (Focus) การประเมิน(Assessment) การพยาบาล(Intervention) และการประเมินผล โดยสร้างรูปแบบบันทึก ที่เป็นมาตรฐานในแต่ละการผ่าตัด เป็นแนวทางให้เจ้าหน้าที่ทุกคนบันทึกการพยาบาลผ่าตัด ได้ครอบคลุมและชัดเจน อ่านง่าย สามารถสื่อสารให้ทีมการดูแลผู้ป่วยผ่าตัด เข้าใจตรงกัน การบันทึกการปฏิบัติการพยาบาลผ่าตัดที่ครอบคลุม สื่อให้เห็นถึงสมรรถนะของพยาบาลห้องผ่าตัดในการนำองค์ความรู้ทางการพยาบาล มาใช้ในการดูแลผู้ป่วย ทำให้บุคลากรในทีมสุขภาพเข้าใจ บทบาทของพยาบาลห้องผ่าตัดทำให้เกิดการยอมรับในวิชาชีพพยาบาล และเป็นการส่งเสริมให้พยาบาลห้องผ่าตัด
ใช้กระบวนการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการพยาบาลที่มีคุณภาพ

วัตถุประสงค์

1.เพื่อให้พยาบาลห้องผ่าตัดสามารถบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดได้ถูกต้อง ครบถ้วน

2. เพื่อให้บันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดสามารถสะท้อนให้เห็นถึงสมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัด

รูปแบบการพัฒนา  ใช้รูปแบบการจัดการความรู้ในหน่วยงาน

กลุ่มเป้าหมาย  พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด


นิยามศัพท์สำคัญ

D-PAE OR หมายถึง  การบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัด โรงพยาบาลแพร่
                               
D-PAE  อ่านเป็นภาษาคำเมืองว่า “ดี –แป้”   “แป้” มาจาก “แพร่” บ่งบอกเอกลักษณ์ว่าเป็นโรงพยาบาลแพร่
             ประกอบด้วย D = Data   P = Problem   A = Action  E = Evaluation
 
OR        หมายถึง ห้องผ่าตัด (Operating Room)

สมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัด

         หมายถึง ความสามารถของพยาบาลห้องผ่าตัดในการนำความรู้ และทักษะมาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยตามขอบเขต
ของบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ตามมาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด


วิธีดำเนินการ 

Input  Process   Output

บริบทเดิมบันทึกการพยาบาล
ห้องผ่าตัดเดิม
(ข้อ 1 – 3)

 

กระบวนการพัฒนา ด้วย Sharing
(ข้อ4 )

 

ผลการดำเนินงาน
-บันทึกการพยาบาลห้องผ่าตัดใหม่
-ผลการตรวจสอบการบันทึก

  1. ศึกษาบันทึกการพยาบาลผ่าตัดเดิม พบว่าการบันทึกไม่ครบถ้วนตามกระบวนการพยาบาล ไม่บ่งบอกถึงปัญหาของผู้ป่วยและการพยาบาล
    ที่สามารถแก้ปัญหาผู้ป่วยได้ชัดเจน ไม่สื่อให้เห็นถึงสมรรถนะของพยาบาลห้องผ่าตัด ทำให้การดูแลผู้ป่วยไม่ต่อเนื่อง ไม่มีคุณภาพไม่มีใครอ่าน
    ทบทวนแล้วไม่เกิดประโยชน์
  2. ศึกษารูปแบบการเขียนหลายรูปแบบ เช่น focus charting record,  DARE วินิจฉัยทางการพยาบาลและอื่น ๆ จากเอกสารและงานวิจัย
  3. ออกแบบเป็นบันทึก ข้อมูล ปัญหา กิจกรรมการพยาบาลและประเมินผล ตามการผ่าตัดแต่ละชนิด โดยใช้ตัวย่อว่า D-PAE (อ่านว่า ดี-แป้)
    เพราะมีเสียงพ้องกับชื่อจังหวัด (แพร่=แป้) เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของโรงพยาบาลแพร่
  4. นำสู่การปฏิบัติโดย
    4.1 ส่งพยาบาลวิชาชีพทุกคน อบรมการบันทึกทางการพยาบาล ตามรูปแบบ Focus Charting Record (Focus, Assessment, Intervention,
          Evaluation)และประยุกต์ใช้เป็นแบบบันทึก D-PAE (D: Data,  P: Problem , A: Action, E: Evaluation)
    4.2 ตามบริบทของโรงพยาบาลแพร่หาผู้ที่เขียนดีหรือผู้ชำนาญการของการพยาบาลผ่าตัดแต่ละสาขา
    4.3 ผู้ชำนาญการพยาบาลผ่าตัดแต่ละสาขา เขียนรูปแบบบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดในแต่ละการผ่าตัด ตามสาขาที่รับผิดชอบ
    4.4 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหน่วยงาน และนำรูปแบบการบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดแต่ละการผ่าตัดไปทดลองบันทึก
    4.5 นำปัญหาและอุปสรรค ข้อเสนอแนะมาปรับปรุงรูปแบบการบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดแต่ละการผ่าตัดให้ได้มาตรฐาน
    4.6 กำหนดรูปแบบการบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดแต่ละการผ่าตัด.ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
    4.7 รวบรวมรูปแบบการบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดแต่ละการผ่าตัดเป็นองค์ความรู้ของหน่วยงานและเผยแพร่แก่ผู้เกี่ยวข้องในการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัด
  5. ประเมินผล
    5.1  ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลแพร่ มีรูปแบบการบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดแต่ละการผ่าตัดเป็นมาตรฐาน
    5.2  ร้อยละของพยาบาลวิชาชีพที่สามารถบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดได้ถูกต้อง ครบถ้วนตามรูปแบบ D-PAE ที่เป็นมาตรฐานแต่ละการผ่าตัด

ตัวชี้วัดที่สำคัญ

1. ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลแพร่ มีรูปแบบการบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดแต่ละการผ่าตัดเป็นมาตรฐานตามรูปแบบ D-PAE

2. พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัดร้อยละ 100  สามารถบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดได้ถูกต้อง ครบถ้วนตามรูปแบบ D-PAE ที่เป็นมาตรฐานแต่ละการผ่าตัด


ผลการดำเนินการ

1. ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลแพร่ มีรูปแบบการบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดแต่ละการผ่าตัดเป็นมาตรฐานตามรูปแบบ D-PAE (เอกสารแนบ ก)

2. พยาบาลวิชาชีพร้อยละ 100  สามารถบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัดได้ถูกต้อง ครบถ้วนตามรูปแบบ D-PAE ที่เป็นมาตรฐานแต่ละการผ่าตัด

3. กิจกรรมการพยาบาล (Action) สื่อให้เห็นถึงสมรรถนะพยาบาลห้องผ่าตัดในด้านต่อไปนี้

      3.1    สมรรถนะด้านการพยาบาลเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยผ่าตัด
      3.2    สมรรถนะด้านการคงความสมดุลทางสรีรวิทยาและการทำหน้าที่ของร่างกาย
      3.3    สมรรถนะด้านการสื่อสารและการให้ข้อมูล
      3.5    สมรรถนะด้านการบริหารจัดการห้องผ่าตัดและภาวะผู้นำ
      3.6    สมรรถนะด้านการพิทักษ์สิทธิผู้ป่วยผ่าตัด

สรุป

      การบันทึกทางการพยาบาลผ่าตัด เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้ทางการพยาบาล มาใช้ในการดูแลผู้ป่วย เป็นการสื่อให้เห็นถึงสมรรถนะ
ของพยาบาลในการดูแลผู้ป่วย  และยังเป็นการสื่อสารให้ทีมสหสาขาวิชาชีพเพื่อการดูแลผู้ป่วยที่ต่อเนื่อง นอกจากนี้บันทึกทางการพยาบาล ยังใช้เป็น หลักฐานทางกฎหมาย และทำให้วิชาชีพพยาบาลได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมวิชาชีพและผู้รับบริการ