การตัดมดลูก
คือ การผ่าตัดชนิดหนึ่งมีจุดประสงค์ในการเอามดลูกที่มีพยาธิสภาพออก บางครั้งก็มีการตัดเอาท่อนำไข่ และรังไข่ออกไปด้วย
การตัดมดลูกเป็นการผ่าตัดมากที่สุดของนรีเวชกรรม การฟื้นตัวหลังผ่าตัด ใช้เวลาพอสมควร แต่แตกต่างกันไปในชนิด และวิธีการผ่าตัด
ถ้าผ่าตัดทำแผลหน้าท้องธรรมดา นอนโรงพยาบาล 4-5 วัน ระยะพักฟื้น 4-6 สัปดาห์
ถ้าตัดมดลูกทางช่องคลอด หรือ โดยการส่องกล้อง อยู่ในโรงพยาบาล 4-5 วัน ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 4-6 สัปดาห์
ทั้ง 2 วิธีนี้ การอาบน้ำในอ่างน้ำ หรือ ว่ายน้ำ ควรให้เวลา 6 สัปดาห์ไปแล้ว รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ด้วย
ถ้าตัดมดลูกแบบเหลือปากมดลูกไว้ (Subtotal Hysterectomy) จะอยู่โรงพยาบาล 4-5 วัน ใช้เวลาพักฟื้น 4-6 สัปดาห์
การตัดมดลูก ปัจจุบันมี 3 วิธี คือ
1. ผ่าตัดทางหน้าท้อง คือ ทำแผลยาวตามแนวตั้งหรือแนวนอน ประมาณ 10 15 ซ.ม. เปิดหน้าท้อง แล้วตัดมดลูก นิยมเปิดแผลแนวตั้งเนื่องจากทำให้เห็นพยาธิสภาพด้านในชัดเจน
2. ผ่าตัดทางช่องคลอด หมายถึง ผ่าเข้าไปตัดมดลูกผ่านทางปลายของช่องคลอด แล้วเอามดลูกออกทางช่องคลอด แล้วเย็บปิดปลายชองคลอด ทำในรายที่มีภาวะมดลูกโผล่ทางช่องคลอดตัดออกง่าย

3. การผ่าตัดโดยวิธีส่องกล้อง โดยเจาะรูเล็ก ๆ ที่หน้าท้องแล้วใช้เครื่องมือสอดเข้าไปตัดมดลูก เอามดลูกที่ถูกตัดออกทาง ช่องคลอด หรือย่อยเป็นชิ้นเล็ก ๆ ออกทางหน้าท้อง วิธีนี้ทำให้เจ็บแผลน้อย โรคแทรกน้อย ฟื้นตัวเร็ว

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด
การผ่าตัดมดลูกเกิดภาวะแทรกซ้อนตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงมาก ได้แก่
- การเสียเลือดจนต้องให้เลือดทดแทน
- การบาดเจ็บที่ลำไส้
- การบาดเจ็บที่กระเพาะปัสสาวะและหลอดไต
- การอักเสบติดเชื้อ แผลหน้าท้องแยก
- ภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ เช่น ปอดบวม, ระบบหัวใจ
แต่เนื่องจากเครื่องมือ และปัจจัยการผ่าตัดพัฒนาขึ้นมาก ปัจจุบันจึงพบภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวน้อยมาก
คำแนะนำเมื่อผู้ป่วยกลับไปอยู่บ้าน
1. การดูแลแผลผ่าตัด
:
หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลผ่าตัดเปียกชื้น
: ไม่จับต้องหรือแกะเกาแผล
2. การทำความสะอาดร่างกาย
: เมื่อแผลแห้งสนิทสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ และควรอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 1ครั้ง
: ไม่ควรแช่ในอ่างอาบน้ำ ว่ายน้ำหรืออาบแช่ในแม่น้ำลำคลอง
: ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกทุกครั้ง หลังถ่ายอุจจาระปัสสาวะ
: ห้ามสวนล้างช่องคลอด
3. การรับประทานอาหาร
: รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม ผัก ผลไม้
: ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
4. การออกกำลังกาย ออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ ห้ามออกกำลังกายหักโหม
5. การพักผ่อน
: พักผ่อนโดยการอ่านหนังสือ ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ เป็นต้น
: ควรนอนหลับอย่างน้อยวันละ 8- 10 ชั่วโมง
: ควรอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด
6. การทำงาน
: ในระยะ 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดสามารถทำงานเบา ๆ ได้ เช่น กวาดบ้าน ทำอาหาร เป็นต้น
: หลังจาก 6 สัปดาห์หลังผ่าตัดเริ่มทำงานได้ตามปกติ
: ไม่ควรยกของหนักในระยะ 4 6 เดือนหลังผ่าตัด
7. การรับประทานยา ให้รับประทานให้ตรงตามเวลา และครบจำนวนตามที่แพทย์สั่ง
8. การมีเพศสัมพันธ์ งดการมีเพศสัมพันธ์ภายใน 6 สัปดาห์หลังผ่าตัด
9. การมาตรวจตามนัด ควรมาตรวจทุกครั้งตามแพทย์นัดโดยแพทย์จะนัดตรวจหลังผ่าตัดไปแล้ว 3 6 สัปดาห์
10. ในรายที่ตัดมดลูกและรังไข่ออกไป 2 ข้าง ต้องอธิบายถึงสภาวะหลังผ่าตัด ตลอดจนการปฏิบัติตนดังนี้
10.1 การผ่าตัดมดลูก และ/หรือรังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง จะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถมีบุตรได้อีก
10.2 การผ่าตัดรังไข่ออก 2 ข้าง อาจมีผลทำให้เยื่อบุผนังช่องคลอดบางลง เนื่องจากขาดฮอร์โมนเพศหญิง เมื่อมีเพศสัมพันธ์ อาจทำให้รู้สึกเจ็บหรือไม่สุขสบายเท่าที่ควร อาจช่วยโดยใช้ครีมหล่อลื่น ร่วมกับการให้ฮอร์โมนจากแพทย์จะช่วยให้เนื้อเยื่อ ในช่องคลอดนุ่ม และชุ่มชื้นขึ้นและเกิดความสุขสบายขึ้น
10.3 การผ่าตัดรังไข่ ออกทั้งสองข้างจะทำให้ขาดฮอร์โมนเพศหญิง ถ้าร่างกายขาดฮอร์โมนนี้เป็นระยะเวลานานๆ ก็จะเกิดการเหี่ยวลีบเล็กของอวัยวะสืบพันธุ์และเต้านมได้หรือเกิดบางของกระดูกทำให้กระดูกผุ หักง่าย ซึ่งอาการเหล่านี้ในสตรี ที่ได้รับการผ่าตัดก่อนวันหมดระดูแพทย์จะให้ฮอร์โมนเพศหญิงไปทดแทน เพื่อป้องกันการเหี่ยวเล็กลงของระบบสีบพันธุ์และ ช่วยป้องกันโรคกระดูกผุ
10.4 การผ่าตัดรังไข่ออกทั้งสองข้างจะทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบตามตัว เหงื่อออกมาก ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศรีษะ หงุดหงิด ใจสั่นได้ ในบางราย ถ้ามีอาการเหล่านี้ก็สามารถรักษาได้โดยการให้ฮอร์โมนเพศหญิงเข้าไปทดแทน โดยแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำ
10.5 ดูแลรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ลดอาหารพวกแป้ง น้ำตาล ไขมันลงเพราะ หลังผ่าตัดรังไข่ ฮอร์โมนเพศหญิงลดลง ทำให้การควบคุมไขมันในร่างกายลดลง ทำให้ผู้ป่วยอ้วน และมีไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น นำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ง่าย

|