งานบริการ
 
หูชั้นกลางอักเสบและการรักษาโดยการผ่าตัด
 
 
 

หูชั้นกลางอักเสบ หมายถึงภาวะการอักเสบของหูชั้นกลาง

แบ่งย่อยได้ คือ

1. ภาวะหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน  มีการอักเสบหูชั้นกลางที่มีอาการแสดงอย่างรวดเร็ว  ผู้ป่วยมีอาการ ไข้ ปวดหู อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร  ตรวจหูพบแก้วหูบวมแดง มีหนองขังในหูชั้นกลาง

2. ภาวะการอักเสบของหูชั้นกลาง  ทำให้มีการสะสมของเหลวภายในหูชั้นกลาง ผู้ป่วยมีอาการหูอื้อ  เรียกไม่ค่อยได้ยิน  อาจมีผลต่อการพัฒนาภาษาและการพุดได้( โดยเฉพาะในเด็ก) ตรวจพบน้ำในหูชั้นกลาง ไม่มีอาการไข้ ไม่ปวดหู ไม่มีของเหลว ไหลออกหู ในเด็กจะชอบแคะหรือแยงหูบ่อยๆ หรือเปิดโทรทัศน์เสียงดังมาก

3. ภาวะหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยมีน้ำหนองไหลจากหูชั้นกลาง  การอักเสบเรื้อรังเป็นมานาน ตรวจหูพบเยื่อบุหูชั้นกลาง บวมแดง และหนาตัวขึ้นจากเดิม  แก้วหูจะมีรูทะลุ




สาเหตุชักนำที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดหูชั้นกลางอักเสบ

  1. การติดเชื้อของทางเดินหายใจ มีผลทำให้เกิดการอักเสบของหูชั้นกลางตามมา

  2. มักพบในเด็กที่กินนมขวด  เด็กที่เลี้ยงด้วยนมขวดจะมีหูชั้นกลางอักเสบได้สูงกว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

  3. มักพบในผู้ป่วยที่มีเพดานโหว่

  4. มีภาวะภูมิแพ้  บริเวณจมูกและลำคอ  เช่นไซนัสอักเสบ, ทอนซิลอักเสบ, ต่อมอะดินอยด์โต, หวัดเรื้อรังจากภูมิแพ้

  5. มีเนื้องอกบริเวณโพรงจมูก  ทำให้ปิดกั้นการถ่ายเทของแรงกดดันในหูชั้นกลาง

 

การรักษา
  1. การรักษาโดยใช้ยา เช่นยาปฏิชีวนะ ,ยาแก้แพ้ ,ยาลดบวม ยาลดอาการคัดจมูก,ยาสเตรียรอยด์

  2. การรักษาโดยการผ่าตัด โดยการใส่  myringotomy tube ในกรณีที่รักษาโดยยาตามที่แพทย์สั่ง แต่ยังคงมีน้ำขังหลังแก้วหู, การได้ยินลดลง, หูอักเสบร่วมกับมีการแฟบของแก้วหู ฯลฯ

 


การผ่าตัด  myringotomy 


     เป็นการเจาะแก้วหุเพื่อใส่ myringotomy tube เพื่อระบายของเหลวและไหลเวียนของอากาศ ช่วยปรับความดันระหว่างหูชั้นกลาง และหูชั้นนอก ช่วยให้หูชั้นกลางเข้าสู่ภาวะปกติ



การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  1. การลงนามใบยินยอมรับการรักษาโดยการผ่าตัด

  2. ถอดของมีค่า  สิ่งของ แว่นตา  ฟันปลอม ชุดชั้นใน

  3. อาจได้รับการเจาะดูผลเลือดถ้ามีโรคประจำตัว หรือความผิดปกติที่ต้องเฝ้าระวังก่อนรับการรักษา

  4. ก่อนผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับยาชาเฉพาะที่หยอดหู ซึ่งจะได้รับการใส่สำลีก้อนเล็ก ชุบยาชาหยอดหู ใส่ไว้ในรูหูบริเวณเยื่อแก้วหู  ถ้าเป็นเด็กเล็กหรือเด้กที่มีปัญหาระบบประสาทและการสื่อสาร แพทย์จะให้งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัดเพราะอาจต้องได้รับยาระงับความรู้สึกภายใต้การดูแลของทีมวิสัญญีแพทย์

  5. วัดสัญญาณชีพก่อนเข้าห้องผ่าตัด

   

การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด

   
  1. หลีกเลี่ยงการไอหรือจาม การขับเสมหะหรือสั่งน้ำมูกแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดความดันในช่องหูเพิ่มขึ้น ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้อ้าปากกว้างๆ ขณะไอ จาม เพื่อป้องกันการเลื่อนหลุดของ myringotomy  tube 

  2. ห้ามล้างหูเองหรือหยอดน้ำยาใส่หู  ห้ามแคะหู

  3. ถ้ามีการใส่ตัวกดห้ามเลือดในรูหู แพทย์จะเป็นผู้นำออกให้  ห้ามนำออกเอง

  4. ห้ามดำน้ำ หรือว่ายน้ำ ห้ามมิให้น้ำเข้าหู

  5. ถ้ามีอาการผิดปกติ ควรมาพบแพทย์ เช่น มีเลือดหรือของเหลวซึมออกจากหู ปวดหูมาก มีไข้

  6. มารับการตรวจตามนัด

  7. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยที่เป็นหวัด หรือโรคระบบทางเดินหายใจ

  8. หลีกเลี่ยงสาเหตุส่งเสริมที่ทำให้เกิดอาการ ไอ จาม เช่นสูบบุหรี่  มลภาวะทางอากาศ