วัณโรค ค้นให้พบ จบด้วยหาย



 
   

วัณโรค ป้องกันอย่างไร ?

 

วัณโรค คืออะไร ?

  • วัณโรค เกิดจากเชื้อที่มีชื่อว่า มัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส ( Mycobacterium tuberculosis) ซึ่งมีขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อในอวัยวะต่างๆ ที่พบบ่อยที่สุด คือ วัณโรคปอด ซึ่งสามารถทราบได้ว่าป่วยโดยการเอกซเรย์ปอด พบแผลอักเสบและตรวจเสมหะด้วยกล้องจุลทรรศน์พบเชื้อวัณโรค

  • ในปัจจุบันวัณโรคสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการกินยา แต่เนื่องจากเชื้อวัณโรคตายยาก และดื้อยาง่าย ดังนั้นการรักษาต้องใช้ยาหลายขนานร่วมกัน และต้องกินยาติดต่อกันเป็นเวลานาน (อย่างน้อย 6 เดือน)

  • ประมาณ 2 เดือนแรกหลังจากเริ่มการรักษา ผู้ป่วยจะกลับมาแข็งแรงและไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เสมือนหายจากการเจ็บป่วย แต่ในความเป็นจริงยังมีเชื้อวัณโรคแอบซ่อนอยู่ในร่างกายจึงต้องกินยาต่อเนื่องเพื่อฆ่าเชื้อให้หมด เพื่อป้องกันการกลายเป็นวัณโรคดื้อยา ซึ่งอาจป่วยเป็นวัณโรคซ้ำอีกในอนาคต

 

ถ้าป่วยเป็นวัณโรค... ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ?

  1. กินยาสม่ำเสมอและมาตรวจตามแพทย์นัดทุกครั้ง หลังจากกินยาถ้ามีอาการผิดปกติ ไม่แน่ใจว่าเป็นการแพ้ยาหรือไม่ ให้ติดต่อกลับมาโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรหยุดยาหรือขาดการรักษาไปเอง

  2. ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจามทุกครั้ง บ้วนเสมหะใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนแรก ของการรักษา หรือยังตรวจพบเชื้อวัณโรคในเสมหะ

  3. กินอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วน เช่น เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ นม ไข่ ถั่ว ผัก ผลไม้ และควรปรุงให้สุก – สะอาด

  4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น การเดิน วิ่งเหยาะๆ ปั่นจักรยาน

  5. หลีกเลี่ยงการทำงานหรือไปเที่ยวในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท เช่น โรงภาพยนตร์ สถานที่เที่ยวกลางคืน เป็นต้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคให้บุคคลอื่น

 

ถ้ามีคนในบ้านป่วยเป็นวัณโรค  … ต้องทำอย่างไร ?

  1. จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ควรเปิดหน้าต่าง

  2. ดูแลให้ผู้ป่วยปิดปาก และจมูกเวลาไอ จาม บ้วนเสมหะทิ้งในภาชนะ ที่มีฝาปิด หรือทิ้งลงท่อน้ำทิ้ง แล้วเปิดน้ำไล่ตาม

  3. ดูแลให้ผู้ป่วยกินยาครบ สม่ำเสมอ และมาตรวจตามนัดของแพทย์

  4. วัณโรคปอด ติดต่อโดยการไอ และจามรดกัน แต่ไม่ติดต่อทางการกิน หรือผ่านทางผิวหนัง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องแยกจาน ชาม ช้อนส้อม เครื่องใช้ต่างๆ เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน เสื้อผ้า ของผู้ป่วยสามารถซักล้างร่วมกับบุคคลอื่นในบ้านได้ตามปกติ

  5. ทุกคนที่อยู่บ้านเดียวกับผู้ป่วย หรือสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยควรมาปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจว่ามีการติดเชื้อหรือป่วยเป็นวัณโรคร่วมด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป หรือ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไตวาย-เรื้อรัง ตับแข็ง มะเร็ง โรคเอดส์ หรือกินยาสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นระยะยาว

 

ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวัณโรคปอด “เมื่อไร” ?

  1. ไอเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ติดต่อกัน

  2. ไข้ต่ำๆ ตอนบ่ายถึงค่ำ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ

  3. เหงื่ออกตอนกลางคืน

  4. ไอเป็นเลือด

  5. มีบุคคลในบ้านหรือผู้ใกล้ชิดป่วยเป็นวัณโรค

 

มีวิธีดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้ป่วยเป็นวัณโรค ?

  1. กินอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบถ้วน เช่น เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ นม ไข่ ถั่ว ผัก ผลไม้ และควรปรุงให้สุก – สะอาด

  2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น การเดิน วิ่งเหยาะๆ ปั่นจักรยาน และ พักผ่อนให้เพียงพอ

  3. หลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น โรงภาพยนตร์ สถานที่เที่ยวกลางคืน

  4. ไปพบแพทย์ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอทุกปี หรือทุกครั้งที่มีอาการผิดปกติ โดยเฉพาะถ้ามีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ตับแข็ง ไตวาย มะเร็ง โรคเอดส์ หรือกินยาสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นระยะยาว

 

 

“วัณโรค ค้นให้พบ จบด้วยหาย ”

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ด้วยความปรารถนาดีจาก กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลแพร่






หน่วยงานภายในโรงพยาบาลแพร่

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2558-2563 พัฒนาโดย งานระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ศูนย์คอมพิวเตอร์ กลุ่มงานสารสนเทศทางการแพทย์
โรงพยาบาลแพร่ 144 ถ.ช่อแฮ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่ 54000
โทรศัพท์ 0-5453-3500 (อัตโนมัติ), โทรสาร 0-5451-1096
E-mail : webmaster_phos@hotmail.com

สถิติผู้เยี่ยมชม
» 44 วันนี้    » 526 เมื่อวาน    » 0 เดือนนี้    » 15,910 เดือนที่แล้ว
» 124,546 ปีนี้    » 105,685 ปีที่แล้ว    » 230,231 ทั้งหมด
Record: 44 (01/10/2563)