โรคพิษสุนัขบ้า



โรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ เกิดจาก เชื้อไวรัสเรบี่ส์ เกิดกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น ชะนี กระรอก กระแต โดยเฉพาะเป็นมากที่สุดในสุนัข และรองลงมาคือแมว

“โรคนี้ไม่มีทางรักษาให้หายได้”

สาเหตุการติดต่อ : คนและสัตว์รับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ เมื่อถูกสัตว์ที่เป็นโรคนี้กัดหรือข่วน โดยเชื้อจะอยู่ในน้ำลาย ถ้าเป็นสุนัขและแมว จะพบว่ามีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าออกมากับน้ำลายตั้งแต่ก่อนแสดงอาการ 1-7 วัน

อาการที่พบในสุนัข : ระยะฟักตัวของโรคหลังจากถูกสุนัขกัดหรือข่วน จะอยู่ในช่วง 3-5 สัปดาห์ ไม่เกิน 6 เดือน และเมื่อเริ่มแสดงอาการและวจะตายภายใน 10 วัน มีทั้งแบบดุร้าย และแบบซึม โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ

  • ระยะเริ่มแรก สุนัขจะมีอารมณ์และนิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม
  • ระยะตื่นเต้น  สุนัขเริ่มมีอาการทางประสาท กระวนกระวาย ตื่นเต้นหงุดหงิดไม่อยู่นิ่ง กัดแทะสิ่งของไม่เลือก ม่านตาขยายกว้าง
  • ระยะอัมพาต  สุนัขมีอาการคางห้อยตก ลิ้นมีสีแดงคล้ำห้อยออกนอกปาก น้ำลายไหล ขย้อนอาหารคล้ายมีอะไรอยู่ในลำคอ ขาอ่อนเปลี้ย ทรงตัวไม่ได้ ล้มลงอัมพาตทั้งตัวอย่างรวดเร็วและตายในที่สุด

อาการที่พบในคน : ส่วนใหญ่ระยะฟักตัวของโรคตั้งแต่ 3 สัปดาห์ – 6 เดือน แต่บางรายมีระยะฟักตัวสั้นมากไม่ถึงสัปดาห์ หรืออาจนานเกิน 1 ปี อาการเริ่มแรกคือ เบื่ออาหาร เจ็บคอ มีไข้ อ่อนเพลีย มีอาการคันรุนแรง บริเวณที่ถูกกัดแล้วลามไปส่วนอื่น กระสับกระส่าย กลัวแสง กลัวลม ไม่ชอบเสียงดัง เพ้อเจอ กลืนลำบาก โดยเฉพาะของเหลว กลัวน้ำ ปวดท้องน้อย และขากล้ามเนื้อกระตุก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หรืออาจชัก เกร็ง อัมพาต หมดสติ และตายในที่สุด

“หากมีอาการแล้ว ตายทุกราย”

คำแนะนำ : สำหรับคนเลี้ยงสุนัข

  1. นำสุนัขไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
  2. ไม่ปล่อยสุนัขไปเพ่นพ่านในที่สาธารณะ ทุกครั้งที่นำสุนัขออกนอกบ้าน ต้องอยู่ในสายจูง
  3. คุมกำเนิดไม่ให้มีสุนัขมากเกินไป และต้องไม่นำสุนัขไปปล่อย

 

คาถา 5ย. กันสุนัข

          ย1.      อย่าแหย่สุนัขให้โมโห

          ย2.      อย่าเหยียบหาง หัว ขา หรือทำให้สุนัขตกใจ

          ย3.      อย่าแยกสุนัข ที่กำลังกัดด้วยมือเปล่า

          ย4.      อย่าหยิบจานข้าวหรือเคลื่อนย้ายอาหารขณะสุนัขกำลังกินอาหาร

          ย5.      อย่ายุ่ง หรือเข้าใกล้สุนัขที่ไม่รู้จักหรือไม่มีเจ้าของ

 

เมื่อถูกสุนัข หรือแมว กัด ข่วน ต้องทำสิ่งนี้

  1. ล้างแผลให้สะอาด ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ เช็ดแผลให้แห้ง ใส่ยารักษาแผลสด
  2. จดจำสัตว์ที่กัดให้ได้เพื่อสืบหาเจ้าของ/สอบถาม ประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
  3. ไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อรับการป้องกันที่ถูกต้อง

“ปีหนึ่งคนไทยถูกสุนัขกัดไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน”

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก : กลุ่มงานสุขศึกษา โรงพยาบาลแพร่

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข





หน่วยงานภายในโรงพยาบาลแพร่

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2558-2563 พัฒนาโดย งานระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ศูนย์คอมพิวเตอร์ กลุ่มงานสารสนเทศทางการแพทย์
โรงพยาบาลแพร่ 144 ถ.ช่อแฮ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่ 54000
โทรศัพท์ 0-5453-3500 (อัตโนมัติ), โทรสาร 0-5451-1096
E-mail : webmaster_phos@hotmail.com

สถิติผู้เยี่ยมชม
» 76 วันนี้    » 347 เมื่อวาน    » 5,252 เดือนนี้    » 10,311 เดือนที่แล้ว
» 15,563 ปีนี้    » 105,685 ปีที่แล้ว    » 121,248 ทั้งหมด
Record: 76 (18/02/2563)