บทความเรื่อง : งานวิจัยเรื่อง:ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยอายุรกรรมโรงพยาบาลแพร่(ปี2557)   
บันทึกเมื่อ 19/06/2017 (จำนวนผู้เข้าชม 414 ครั้ง)

 ประสิทธิผลของการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยอายุรกรรมโรงพยาบาลแพร่

พวงทอง เหมืองจา, ฉัตรสุดา จำรัส, จินตนา มาลัย, ศิรินทรา งามทรง

หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 1  โรงพยาบาลแพร่

 

บทคัดย่อ

ความสำคัญ: แผลกดทับพบได้บ่อยในผู้ป่วยอายุรกรรมที่แขนขาอ่อนแรง ไม่รู้สึกตัว ใส่ท่อช่วยหายใจ ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังหลายโรค ระดับความสามารถในการดูแลตัวเองลดลง ผู้ป่วยขาดสารอาหารหรือผู้ที่ถูกจำกัดการเคลื่อนไหว ทำให้นอนโรงพยาบาลนาน เพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษา

วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบอุบัติการณ์การเกิดแผลกดทับในผู้ป่วยอายุรกรรมและความพึงพอใจของทีมผู้ดูแลระหว่างกลุ่มที่ใช้แนวปฏิบัติและไม่ใช้แนวปฏิบัติ

รูปแบบการศึกษา: Interrupted time design

สถานที่: หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 1 โรงพยาบาลแพร่

วิธีการศึกษา: ศึกษาผู้ป่วยอายุรกรรมในหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย1 โรงพยาบาลแพร่ที่มี Braden scale น้อยกว่าหรือเท่ากับ 16 กลุ่มที่ไม่ใช้แนวปฏิบัติจะได้รับการดูแลตามปกติเก็บข้อมูลระหว่างเดือน เมษายน 2557 ถึงเดือนมิถุนายน 2557 กลุ่มที่ใช้แนวปฏิบัติเก็บข้อมูลระหว่างเดือน ระหว่างเดือน สิงหาคม 2557ถึงเดือนตุลาคม 2557 ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติได้แก่ 1)ประเมินทางการพยาบาล 2) แบบประเมินความเสี่ยง 3) การประเมินและการทำความสะอาดผิวหนัง 4) ภาวะโภชนาการ 5) การจัดท่า 6) การใช้อุปกรณ์ลดแรงกด และ 7) การจัดโปรแกรมการให้ความรู้ รวบรวมข้อมูลทั่วไปได้แก่ อายุ ระดับ serum albumin braden scale การมีผู้ดูแล BMI และลักษณะการเกิดแผลกดทับ วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปใช้ความถี่ ร้อยละ เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกลุ่มใช้ ttest, Exact probability test

ผลการศึกษา: ผู้ป่วยกลุ่มที่ใช้ CPG มี 53 คน กลุ่มที่ไม่ใช้ CPG มี 72 คน ร อายุเฉลี่ยไม่แตกต่างกัน ทั้ง 2 กลุ่มมีภาวะ hypo albuminemia ไม่แตกต่างกัน (2.6±0.6, 2.7±0.7) Braden scale  เฉลี่ยไม่แตกต่างกัน (12.3±1.9, 12.0±1.9) ส่วนใหญ่มีผู้ดูแลร้อยละ 91.7-96.2  BMI เฉลี่ยไม่แตกต่างกัน (20.9 ±3.4, 20.8±2.9) ร้อยละของการเกิดแผลกดทับในกลุ่มที่ใช้ CPG เกิดน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้ CPG (26.4, 31.9 P-value=0.556) กลุ่มที่ใช้ CPG เกิดแผลกดทับที่ก้นกบ ร้อยละ 85.7 เกิดแผลที่ก้นกบร่วมกับมีแผลที่ปุ่มกระดูกสะโพก ร้อยละ 14.3 ไม่เกิดแผลกดทับส้นเท้า แผลที่ก้นกบเกิดระดับ 1 ร้อยละ 57.1 เกิดแผลกดทับปุ่มกระดูกสะโพกระดับ 1 และระดับ 2 ร้อยละ 50 กลุ่มที่ไม่ใช้ CPG เกิดแผลทดทับที่ก้นกบร้อยละ 82.6 เกิดแผลกดทับที่ก้นกบร่วมกับมีแผลที่ปุ่มกระดูกสะโพกร้อยละ 4.4 เกิดแผลกดทับที่ก้นกบร่วมกับมีแผลที่ส้นเท้าร้อยละ 13 แผลกดทับที่ก้นกบเกิดระดับ 2 ร้อยละ 69.6 เกิดแผลกดทับปุ่มกระดูกสะโพกระดับ 2 ร้อยละ 100 เกิดแผลกดทับส้นเท้าระดับ 1 ร้อยละ 100.0 วันที่เกิดแผลเฉลี่ยในกลุ่มที่ใช้ CPG เท่ากับ 23.2 (±11.7) ในกลุ่มที่ไม่ใช้ CPG เท่ากับ 21.9 (±11.9) เจ้าหน้าที่มีความพึงพอใจการใช้ CPG ในระดับสูงกว่าการไม่ใช้ CPG คือมีความพึงพอใจ CPG ระดับมากร้อยละ 63.0 ในขณะที่มีความพอใจระดับมากขณะที่ไม่ใช้ CPG ร้อยละ 11.1 ในภาพรวมกลุ่มที่ใช้ CPG มีแนวโน้มดีกว่าทั้งในประเด็นการเกิดแผลน้อยกว่า ระดับต่ำกว่า และระยะเวลาเกิดแผลนานกว่า

 

ลักษณะที่ศึกษา

 ใช้ CPG [n=53]

ไม่ใช้ CPG [n=72]

P-value

 

จำนวน

ร้อยละ

จำนวน

ร้อยละ

 

แผลกดทับ

 

 

 

 

 

   ไม่เกิดแผล

39

73.6

49

68.1

0.556

   เกิดแผล           

14

26.4

23

31.9

 

 

ข้อเสนอแนะ: การใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยอายุรกรรมโรงพยาบาลแพร่ในภาพรวมมีแนวโน้มดีกว่าทั้งในประเด็นการเกิดแผลน้อยกว่า ระดับต่ำกว่าและระยะเวลาการเกิดแผลนานกว่า

คำสำคัญ: แผลกดทับ แนวปฏิบัติ braden scale, pressure ulcer

 
 
 
 
เชื่อมโยงภายใน
- บุคลากร
- ข่าวประชาสัมพันธ์
- เอกสารดาวน์โหลด
- ผู้ดูแลเว็บไซต์

- บทความและงานวิชาการ
- รูปกิจกรรม
- วิดีโอกิจกรรม
กลุ่มงานสารสนเทศทางการแพทย์ โรงพยาบาลแพร่
ชั้น M ตึกผู้ป่วยนอก 8 ชั้น
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ  8137, 8138
ติดต่อผู้ดูแล webmaster_phos@hotmail.com

เว็บไซต์นี้ขับเคลื่อนโดย NKINFOWEB V3